Skip to main content

Featured

[Wrap Up + Replay] 2400 Inner System Blue : Missing Cyber Doc

หน้าปกเกม 2400 : Inner System Blues Introduction เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้วหลังจากที่เราห่างหายการรัน TRPG ไปนานราวๆ 3 เดือน เราคิดว่าจะลองรันแบบ Play by Post หรือการ TRPG ผ่านทางการพิมพ์หรือการตั้งกระทู้ดู น่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์หลังจากที่สถานการณ์โควิดดีขึ้นจนมีเวลาว่างไม่มากเท่าแต่ก่อน หลังจากทำการค้นข้อมูลสักพักจากเว็บบอร์ดต่างประเทศ รวมทั้งคลิป Youtube ที่แชร์ประสบการณ์การ Play by Post ทั้งที่ประสบความสำเร็จและที่ล้มเหลว เราก็ได้เลือกระบบเกมและร่างพล็อตของเกมขึ้นมา หลังจากนั้นจึงรับสมัครผู้เล่นใน Discord ของกลุ่ม Onion Knight Table  และเล่นกันในกลุ่ม เริ่มเล่นตั้งแต่เดือนมิถุนายน ลากยาวมาจนจบในช่วงเดือนธันวาคม รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน

[Story] Fallout 4 Survival mode : เมื่อเกมสะท้อนบางตอนของชีวิต

Screenshot from Fallout 4

Introduction

ช่วงนี้ผมเพิ่งได้มีเวลาว่างกลับมาเล่นเกมอีกครั้งหลังจากซื้อ PS4 พร้อมเกมมากมายมาดองเอาไว้ โดยเกมที่ผมใช้เวลาด้วยมากที่สุดช่วงนี้ (เล่นจบไปตั้งสองรอบ) คือ Fallout 4 เกม RPG-Open world ในธีมโลกหลังสงครามนิวเคลียร์ที่ปล่อยออกมาตั้งแต่ปี 2015 เป็นเกมที่ขึ้นชื่อได้ว่าใช้เวลาเล่นนานมากเพราะตัวเกมที่อุดมไปด้วย Side Quest ให้ทำและ Dungeons ให้สำรวจ รวมไปถึงระบบ Crafting System ที่ดีที่สุดเท่าที่เคยได้สัมผัสมา พอเล่นไปสักพักผู้เล่นจะเริ่มลืมว่าเนื้อเรื่องหลักต้องทำอะไรเพราะมัวแต่เล่น Side Quest กับสำรวจดันเจี้ยนพลางเก็บไอเทมขยะมาอัพเกรดปืนและสร้าง Settlement

ในรอบแรกคือเล่นแต่ Side Quest กับสำรวจจนสำเหนียกได้ว่าควรเล่นเนื้อเรื่องหลักต่อได้แล้ว เลยเล่นเนื้อเรื่องหลักจนจบก่อนจะประสบภาวะสุญญากาศหลังเกมจบ เกมจบแล้ว...แล้วไงต่อวะ? พยายามเล่นกับระบบ Settlement สร้างสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่ตามที่คนนิยมสร้างกันแล้วอัพลง YouTube แต่เล่นไปได้สักพักก็เบื่อ เราจะสร้าง Settlement ไปทำไมนอกจากความสนุก "ความจำเป็นอยู่ที่ไหน"

"ความจำเป็นอยู่ที่ไหน" กลายเป็นคำถามหลักที่ทำให้ผมออกค้นหาความท้าทายใหม่ๆ จนได้มาพบกับ Survival mode จากข้อความใน Help menu ที่ขึ้นมาให้อ่านเล่นๆระหว่างรอโหลดเกม แถมขึ้นมาด้วยข้อความเชิญชวนเยี่ยงลุงแซมในโปสเตอร์หาทหารไปร่วมสงครามโลก "หากคุณต้องการความท้าทายใหม่ๆ ลองเล่น Survival mode สิ ในโหมดนี้คุณต้องกิน ต้องดื่มน้ำ ต้องนอน ไม่มี Fast travel และต้องเซฟด้วยการนอนเท่านั้น" และแน่นอนทันทีที่อ่านจบ ผมเริ่มเกมใหม่ใน Survival mode ทันทีเพราะรู้สึกว่ามันจะทำให้ระบบ Settlement ถูกนำมาใช้งานอย่างเต็มที่เป็นแน่

Game Start!

Survival Mode : What's it?

Survival mode เป็นระดับความยากสูงสุดของ Fallout 4 ไม่ใช่แค่ยากเพียงศัตรูที่ยิงแรงตบแรงและอึดบรรลัยเท่านั้น ตัวเกมยังเพิ่มระบบที่สร้างความลำบากให้ชีวิตและตัดระบบที่ทำให้การเล่นลื่นไหลและสะดวกสบายบางอย่างออกไปอีกด้วย ตัวอย่างเช่น
  • เพื่อให้ได้อารมณ์ของการเอาตัวรอดจริง เกมได้เพิ่มความจำเป็นที่ตัวละครจะต้อง กินอิ่ม ดื่มน้ำเพียงพอ และนอนหลับเต็มอิ่มบนเตียงสะอาดๆเข้าไป หากทำตามนี้ไม่ได้ ตัวเกมจะประเคนสถานะผิดปกติมากมายมาให้ทั้งหิวข้าว,หิวน้ำ,นอนไม่พอ,ป่วยแบบอ่อนแรงล้า,ป่วยติดเชื้อ,ป่วยติดพยาธิ ฯลฯ ดังนั้นปัจจัยสี่อย่าง น้ำ,อาหาร,ที่อยู่ และยารักษาโรค ต้องมีพร้อมเสมอ
  • เดิมทีเกมนี้จะสามารถเซฟตรงไหนก็ได้ ปกติก็จะเซฟก่อนเข้าดันเจี้ยนหรือหลังเคลียร์ส่วนยากๆเสร็จ แต่ระบบใหม่คือถ้าจะเซฟ เราต้อง "นอน" เท่านั้น แปลว่าถ้าไม่กลับบ้านนอนก็ต้องหาฟูกหาเตียงตามสถานที่ต่างๆเพื่อเซฟเกม คือนอกจากต้องเอาชีวิตรอดในดันเจี้ยนแล้วยังต้องเอาชีวิตรอดกลับไปที่จุดเซฟให้ได้ ไม่อย่างนั้น Progress ที่เล่นมาตลอดสองชั่วโมงอาจหายไปภายในพริบตาก็เป็นได้
  • แผนที่มันกว้าง Fast travel จึงสำคัญ แต่เพื่อความสมจริงใน Survival mode ทางผู้พัฒนาจึงนำระบบนี้ออกไป เรียกได้ว่าเป็นฝันร้ายของ Open world ชัดๆกับการที่ต้องเดินไปเดินมาในโลกอันกว้างใหญ่(บางทีก็เดินกันเกือบสิบนาที) เพราะนอกจากจะเสียเวลาแล้วยังเป็นการเพิ่มโอกาสตายให้เราอีกด้วย ระหว่างเดินๆอยู่อาจโดนดักยิงหรือโดนหมีกลายพันธุ์วิ่งมาตบจนกลับจุดเซฟก็เป็นได้
และด้วยเรื่องการเซฟเกมและความต้องการปัจจัยสี่นี้เอง ระบบ Settlement จึงเลื่อนระดับตัวเองจาก "ทางเลือกในการเล่น" มาเป็น "ความจำเป็นในการเล่น" การสร้างที่อยู่อาศัยหมายถึงเราจะมีอาหาร มีน้ำสะอาด มีที่ซุกหัวนอน และมีจุดเซฟ ยิ่งเรามี Settlement เยอะและดีเท่าไหร่ การเอาตัวรอดให้ระดับความยากนี้ก็จะง่ายขึ้นเท่านั้น

Settlement Building in Fallout 4

My Survival : ต้องรอด!

ครั้งแรกที่เล่น Survival mode เรียกได้ว่าเป็นความวายป่วงครั้งใหญ่ คือการเล่นรอบแรกก็ไม่ได้ช่วยให้เราเข้าใจระบบเกมหรือสกิลที่จำเป็นมากเท่าไรนัก (ประมาณว่าอยากอัพอะไรก็อัพไป) พอเริ่มเล่นใหม่ก็เหมือนเดิม ไปอ่านจากในเน็ตว่าต้องการตัวละครที่อึดถึดทนเป็นพิเศษสำหรับความยากนี้ เราก็เริ่มเกมด้วยค่าสถานะเน้นถึกเข้าว่า ผลสรุปคือค่าสถานะไม่พอสำหรับสกิลโจมตี ช่วงเลเวลแรกๆจึงต้องอัพค่าสถานะเพิ่มแทนที่จะอัพสกิลที่มีประโยชน์ในการเล่นจนส่งผลให้ไม่สามารถเอาชนะศัตรูที่เลเวลสูงกว่าหรือเทียบเท่าได้ และค่าสถานะที่ช่วยเพิ่มความถึกนั้น ว่ากันตามตรงมันก็ไม่ช่วยอะไรเท่าไหร่

ส่วนทางด้านปัจจัยสี่ เรียกได้ว่าไม่ให้ความสนใจเลยด้วยซ้ำ คือพยายามหาดรอปเอาตามดันเจี้ยน ทั้งน้ำ อาหาร ส่วนที่นอนก็มีแค่ Settlement แรกตอนเริ่มเกมเท่านั้น สร้างใหม่น้อยมาก มุ่งมั่นกับการเคลียร์เควสท์อย่างเดียว ผลคือป่วยแล้วป่วยอีกจนยารักษาโรคหมด (Antibiotics หายากโคตรๆในเกม) และมักเสียเวลาเล่นโดยไม่มีความคืบหน้าใดๆเพราะหาจุดเซฟไม่เจอ

In the Wasteland

โคตรเละเทะ ขาดทั้งปัจจัยสี่และทักษะจำเป็น ค่าสถานะเริ่มต้นอาจผิดไปบ้างแต่ก็ยังพอแก้ไขได้ แต่การไม่ยอมอัพสกิลที่จำเป็นมาตั้งแต่เลเวลน้อยๆนี่นับว่าเกินเยียวยา สุดท้ายก็เล่นต่อไม่ได้เพราะสู้กับศัตรูที่เลเวลมากขึ้นตามเลเวลของเราไม่ไหว และด้วยความที่ว่าเล่นมาได้ไม่ไกลจากจุดเริ่มต้นนักเลยตัดสินใจ "เริ่มใหม่อีกครั้ง" พร้อมกับการหาข้อมูลที่จำเป็นต่อการเอาตัวรอดใน Survival mode นี้ (หาไม่ยากนักเพราะเกมออกมาจะสองปีแล้ว)

ส่วนใหญ่ก็เป็นข้อมูลที่ได้รับมาตั้งแต่ตอนต้น เรื่องความบัดซบของระดับความยากนี้และอื่นๆ จนมาเจอกับความคิดเห็นหนึ่งในบอร์ดต่างประเทศถึงจะรู้สึกบรรลุอะไรสักอย่าง (จำไม่ได้ว่า Reddit หรือ GameFAQs) เขาบอกประมาณว่าเล่นโหมดนี้ต้องใจเย็นโคตรๆโดยเฉพาะตอนเริ่มเกม ต้องค่อยๆเล่น ค่อยๆอัพเกรด ระหว่างลุยดันเจี้ยนก็เสียเวลากลับไปเซฟกลับไปเติมเสบียงบ้างก็ได้ Progress จะได้ไม่หายไปไหน ซึ่งผมสรุปความคิดเห็นนี้ออกมาเป็นประโยคที่ว่า "จงใช้เวลาให้มากขึ้นเพื่อเสียเวลาน้อยลง" ดังนั้นผมจึงเริ่มเกมรอบใหม่ด้วยการวางแผนที่จริงจังที่สุดเท่าที่เคยทำมาในชีวิตการเล่นเกม

อย่างแรกเลยคือไปหาโหลดตารางทักษะ (ในเกมเรียกว่า Perks) มานั่งดูแล้วเริ่มเลือกเลยว่าทักษะไหนมันจำเป็นบ้าง แล้วก็ตั้งค่าสถานะตอนเริ่มเพื่อให้สามารถอัพทักษะนั้นให้ได้ไวที่สุด อย่างที่สองคือเปิดแผนที่เกมเพื่อดูตำแหน่ง Settlement ในเกมว่ามีกระจายอยู่ตามจุดไหนบ้าง พอเริ่มเกม รับเควสท์ เราก็ไปสร้าง Settlement ใกล้ๆกับจุดที่จะไปทำเควสท์นั่นแหล่ะ

Settlements in Fallout 4 : Map from http://fallout.wikia.com/wiki/Fallout_4_resources#Resources


ช่วงแรกๆอาจทำเควสท์ไม่มาก เน้นไปที่การสร้าง Settlement เสียเยอะ คิดในใจแค่ว่าการเล่นรอบนี้ต้องกินอิ่มนอนหลับและสุขภาพแข็งแรง แต่ผลลัพธ์ที่ได้จากความคิดนี้คือตัวละครเลเวลอัพอย่างต่อเนื่องและไม่ค่อยเสีย Progress ในการเล่น (จุดเซฟเยอะ ทรัพยากรเพียงพอ) จนสุดท้ายระดับความยากที่ทรมานจิตใจก็กลับกลายเป็นเพียงระดับความยากที่สร้างความรำคาญเพราะ Fast Travel ไม่ได้เท่านั้น
"และแน่นอนว่ามัวเล่นแต่เควสท์ย่อยกับสำรวจเช่นเคยจนสำเหนียกได้ว่าควรไปเล่นเนื้อเรื่องหลักได้แล้วจึงไปเล่นต่อจนจบ"

คุยสรุปกันตอนท้าย

หลังจากเล่นจบแล้วคงต้องบอกว่ามันไม่ใช่โหมดที่เหมาะกับทุกรูปแบบการเล่น (เว้นแต่จะเก็บเลเวลจนสูงพอจนแต้มอัพทักษะเหลือกินเหลือใช้ เอาไปอัพอะไรก็ได้) คือมันต้องจัดลำดับจริงๆว่าทักษะไหนจำเป็น ทักษะไหนไม่จำเป็น สุดท้ายแล้วมันเลยลดรูปแบบการเล่นลงมาเหลืออยู่ไม่กี่รูปแบบ ดังนั้นถ้าอยากลองเล่นรูปแบบแปลกๆใหม่ๆก็คงจะแนะนำให้เล่นแบบธรรมดามากกว่า

Screenshot from my latest gameplay

ส่วนถามว่าได้อะไรบ้างจากการเล่น (มันต้องได้สิ ไม่งั้นจะมานั่งเขียนทำไม) เรื่องแรกคงเป็นเรื่องคุณค่าของปัจจัยสี่ล่ะมั้ง คนเรามันต้องกินให้อิ่ม,ดื่มน้ำให้เพียงพอและนอนหลับให้เต็มตื่นเป็นพื้นฐานก่อนจะไปทำอะไรๆต่อไป คือเล่นจบแล้วรู้สึกเห็นคุณค่าของกับข้าวและน้ำดื่มขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ส่วนเรื่องที่สองคงเป็นเรื่องการจัดลำดับความสำคัญ ว่าอะไรควรทำก่อนทำหลังโดยเฉพาะลำดับการอัพทักษะ (Perks)

ขยายความเรื่องลำดับความสำคัญของทักษะเสียหน่อย ขอสมมติว่าเลเวลมันคืออายุของเราในโลกจริงๆ และเราก็ต้องเจอสิ่งยากๆเพิ่มขึ้นเมื่ออายุมากขึ้นแบบเดียวกับการเจอศัตรูที่โหดขึ้นเมื่อเลเวลสูงขึ้น ถ้าสมมติแบบนี้เรื่องของ "การลำดับความสำคัญของทักษะ" มันจะดูมีความสำคัญขึ้นมาทันที คือถ้าหากในช่วงอายุหนึ่งเราไม่มีทักษะที่จำเป็นบางอย่างจะทำให้ชีวิตไปต่อลำบากเลยนะ ยกตัวอย่างเช่นช่วงที่เรียนจบปริญญาตรีมาใหม่ๆ ถ้าหากทักษะภาษาอังกฤษไม่ดีก็จะหมดโอกาสทำงานหลายๆอย่างไปเลย ซึ่งมันก็จะส่งผลให้พลาดโอกาสต่อไป ต่อไป และต่อไปเป็นลูกโซ่ และพอมาถึงจุดๆหนึ่งที่อายุเริ่มเยอะมันจะกลายเป็น Point of no return ที่เราจะไปต่อในสายอาชีพของเราไม่ได้แล้ว ดังนั้นในวัยเรียนที่เราสามารถลองทำอะไรหลายๆอย่างได้ประดุจอยู่ในโหมด Tutorial ก็อยากให้ฉุกคิดกันสักนิดว่าทักษะที่จำเป็นต้องมีคืออะไรและพัฒนาทักษะนั้นให้ใช้งานได้จริงก่อนที่ Tutorial จะจบลง และพึงระลึกไว้เสมอว่า
"ชีวิตของเราไม่สามารถปรับลดระดับความยากหรือเริ่มใหม่ได้อย่างในเกม"

Comments