Skip to main content

Featured

[Wrap Up + Replay] 2400 Inner System Blue : Missing Cyber Doc

หน้าปกเกม 2400 : Inner System Blues Introduction เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้วหลังจากที่เราห่างหายการรัน TRPG ไปนานราวๆ 3 เดือน เราคิดว่าจะลองรันแบบ Play by Post หรือการ TRPG ผ่านทางการพิมพ์หรือการตั้งกระทู้ดู น่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์หลังจากที่สถานการณ์โควิดดีขึ้นจนมีเวลาว่างไม่มากเท่าแต่ก่อน หลังจากทำการค้นข้อมูลสักพักจากเว็บบอร์ดต่างประเทศ รวมทั้งคลิป Youtube ที่แชร์ประสบการณ์การ Play by Post ทั้งที่ประสบความสำเร็จและที่ล้มเหลว เราก็ได้เลือกระบบเกมและร่างพล็อตของเกมขึ้นมา หลังจากนั้นจึงรับสมัครผู้เล่นใน Discord ของกลุ่ม Onion Knight Table  และเล่นกันในกลุ่ม เริ่มเล่นตั้งแต่เดือนมิถุนายน ลากยาวมาจนจบในช่วงเดือนธันวาคม รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน

Destiny Quest : The Legion of Shadow

Destiny Quest : The Legion of Shadow เป็นหนังสือเล่มแรกของหนังสือเกมชุด Destiny Quest ที่ผสมผสานหนังสือประเภท "เลือกเส้นทางการผจญภัยของคุณเอง" และระบบของเกม RPG เข้าด้วยกันจนกลายเป็นเกม Tabletop RPG สุดคลาสสิคที่ไม่ต้องอาศัยคนคุมเกม เพราะหนังสือเล่มนี้จะเป็นคนคุมเกมให้คุณเอง!

Cover of Destiny Quest : The Legion of Shadow
ภาพปก Destiny Quest : The Legion of Shadow จาก Amazon


Gameplay&Overview

การดำเนินเกม 

ผู้เล่น (หรือผู้อ่าน) จะรับบทเป็นตัวละครเอกที่ฟื้นขึ้นมาท่ามกลางซากปรักหักพังโดยปราศจากความทรงจำ ผู้เล่นต้องพาตัวละครออกผจญภัยเพื่อค้นหาเบาะแสเกี่ยวกับตัวตนในอดีตของตัวเองและโชคชะตาที่รออยู่ ซึ่งจะดำเนินเนื้อเรื่องตามเส้นทางที่ตัวเองเลือกผ่านตัวเลือกในหนังสือ, ต่อสู้กับศัตรูด้วยการทอยเต๋า และตามหาอุปกรณ์มาพัฒนาค่าสถานะและทักษะของตัวละครเพื่อสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้ที่จะหนักหนาขึ้นเรื่อยๆเมื่อเนื้อเรื่องค่อยๆดำเนินไป

การดำเนินเรื่องจะไม่เป็นเส้นตรงเสียทีเดียว เมื่อเริ่มเกมหนังสือจะให้เราอ่านและเล่นตามบทนำและพาเราเข้าสู่หน้า "แผนที่" ขององก์ ซึ่งจะมีภารกิจให้เลือกทำ ผู้เล่นสามารถเลือกทำภารกิจใดก่อนก็ได้ หรือจะข้ามบางภารกิจแล้วไปสู้กับหัวหน่าประจำองก์เลยก็ได้ ถ้าหากสามารถเอาชนะหัวหน้าได้ก็เป็นอันจบองก์และเริ่มเล่นองก์ใหม่ โดยเกมแบ่งออกเป็น 3 องก์ 


Map of Destiny Quest : The Legion of Shadow
หน้าแผนที่ของหนังสือ


ระบบตัวละคร
 

หนังสือได้ตัดระบบเก็บเลเวลออกไป ค่าสถานะและทักษะของตัวละครจะเปลี่ยนแปลงไปตามอุปกรณ์ที่สวมใส่อยู่เป็นหลัก ยิ่งเล่นเกมไปเรื่อยๆเราก็จะได้อุปกรณ์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาพัฒนาตัวละครของเรา โดยอุปกรณ์ที่ได้จะมีทั้งแบบไม่ระบุอาชีพ และแบบที่ระบุอาชีพ (Path) ซึ่งทำให้ค่าสถานะและทักษะของตัวละครในแต่ละสายแตกต่างกันออกไป ซึ่งข้อมูลทั้งหมดจะถูกบันทึกลงใน Hero Sheet ที่สามารถดาวน์โหลดได้จาก เว็บไซต์ของ Destiny Quest

โดยระบบอาชีพจะแบ่งเป็น Path ประกอบด้วย Mage,  Rogue และ Warrior ซึ่งในแต่ละ Path ก็จะสามารถเลือก Career ที่มีทักษะประจำตัวที่แตกต่างกันออกไป โดยเราสามารถเปลี่ยน Career ได้ตลอดทั้งเกมเมื่อเจอกับ NPC ที่สามารถฝึก Career ให้แก่เราได้

Destiny Quest's Hero Sheet
Hero Sheet ที่ดาวน์โหลดมาจากเว็บไซต์ของ Destiny Quest


ระบบการต่อสู้

ใช้ลูกเต๋า 6 หน้า 2 ลูก ทำการทอยว่าในเทิร์นนั้นใครจะเป็นฝ่ายได้โจมตีและทำการโจมตี โดยในการต่อสู้นั้นสามารถนำทักษะและไอเทมใช้แล้วหมดไปต่างๆมาใช้ได้ ซึ่งการใช้ทักษะและไอเทมอย่างมีกลยุทธ์นั้นจะสามารถสร้างความได้เปรียบให้กับเราในระดับที่สามารถพลิกเกมได้เลยทีเดียว

และนอกจากการต่อสู้ก็ยังมีอีกระบบที่เรียกว่าระบบ Challenge หรือ Ability Check เป็นการทอยเต๋าเพื่อตัดสินว่าตัวละครของเราจะสามารถทำ Action ใดๆได้สำเร็จหรือไม่ เช่นการพังประตู, การวิ่งไล่โจร เป็นต้น


Opinion [spoiler]

เนื้อเรื่อง

โดยส่วนตัวแล้วไม่ถูกใจ Setting ของเรื่องนัก เพราะว่าเป็น Light Fantasy ที่มีธีมปนกันมั่วซั่ว มีอัศวินแบบดั้งเดิม, มังกร, เวทมนตร์ ปูมาเป็นแฟนตาซียุคกลางแน่ๆแต่ดันมีพรมวิเศษและนักล่าแม่มดที่ใช้ปืนพกคาบศิลาจากศตวรรษที่ 16 มาแจมด้วย รวมทั้งมี Steam punk นิดๆหน่อยๆ มันเลยตลกมากๆเวลานึกภาพตาม

เนื้อเรื่องก็อ่านเพลินๆสนุกๆ มีหักมุมและมีรายละเอียดในเนื้อเรื่องหลายอย่างที่ชวนให้ติดตามและให้กลิ่นอายของวรรณกรรมเยาวชนสมัยก่อน แต่หนังสือใช้ฟังก์ชันของการเป็นหนังสือเลือกการผจญภัยด้วยตัวเองไม่ค่อยดีเท่าไรนัก เพราะแม้จะมีทางเลือกให้เลือกหลากหลายแต่ไม่ได้ส่งผลต่อเนื้อเรื่องหลักขนาดนั้น อาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปบ้างแต่สุดท้ายก็จะมาบรรจบที่จุดเดียวกันอยู่ดี แต่ฟังก์ชันนี้ทำงานได้ดีในระบบเควสท์ย่อยเพื่อสำรวจและตามหาไอเทมมาพัฒนาตัวละคร

การเล่น

ในส่วนของความเป็น Openworld ที่พยายามจะทำเป็นระบบเลือกรับเควสท์และเข้าเมืองไปเติมเสบียงก่อนเล่นเควสท์ถัดไปไม่ได้จำเป็นขนาดนั้น เพราะไอเทมส่วนใหญ่สามารถหาได้จากการเล่นเควสท์และเงินในเกมก็ไม่ได้หาได้ง่ายขนาดเอามาซื้อเสบียงตุนเอาไว้ได้ การจะใช้เงินแต่ละครั้งต้องคิดให้รอบคอบพอสมควร

และโดยส่วนตัวไม่ค่อยชอบระบบการต่อสู้เพราะกลไกของการต่อสู้ในเกมบังคับให้เราต้องเพิ่มค่าสถานะ Speed เป็นอันดับแรกเพราะเป็นค่าที่นำไปรวมกับผลทอยเต๋าเพื่อตัดสินว่าใครจะได้โจมตีในรอบนั้น ถ้าหากค่า Speed ต่ำกว่าคู่ต่อสู้มาก (2 แต้มถือว่ามากแล้ว) ก็จะทำให้เรามีโอกาสได้โจมตีน้อย ถ้าดวงไม่ดีก็อาจไม่ได้โจมตีไปหลายเทิร์น ซึ่งช่วงไหนที่หน้าเต๋าไม่เป็นใจก็ต้องเล่นนานมาก หงุดหงิดจนสุดท้ายต้องเขียนไฟล์ Excel มาเพื่อช่วยทอยเต๋าและคิด Damage ให้อัตโนมัติเพราะขี้เกียจทอยเต๋าแล้วแพ้ซ้ำๆซากๆจนเนื้อเรื่องไม่เดินไปไหน


Illustration of Destiny Quest : The Legion of Shadow
ภาพประกอบจากหนังสือ


บทสรุป

โดยรวมแล้วเป็นหนังสือที่มีกล้าที่จะแหวกขนบโดยการนำระบบเกมสองอย่างมารวมกัน แต่เป็นการรวมกันที่ไม่ค่อยลงตัวเท่าไหร่ มีหลายส่วนที่ทำให้รู้สึกว่าระบบมันเป็นส่วนเกินมากกว่าสิ่งจำเป็นและกลายเป็นตัวทำลายจังหวะการดำเนินเรื่อง เช่นความรู้สึกเหนื่อยหน่ายจากการต่อสู้ที่ยาวนานและแพ้ซ้ำซากเพราะดวงไม่ดี สุดท้ายแม้เนื้อเรื่องกำลังอยู่ในช่วงที่น่าติดตามก็ต้องหยุดพักการอ่านเอาไว้ก่อน

ซึ่งพอใช้เวลานานเกินไปก็ทำให้ไม่อยากเสียเวลาเล่นซ้ำรอบสอง และการที่มีตัวเลือกหลากหลายแต่ไม่ได้มีผลกระทบกับเส้นเรื่องหลักหรือว่าตอนจบของหนังสือก็ทำให้ขาดแรงจูงใจในการเล่นซ้ำเพราะไม่ได้อ่านแง่มุมใหม่ๆของเนื้อเรื่องเลย

สรุปแล้วคิดว่าหากหนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือสำหรับผจญภัยแบบเลือกทางเดินอย่างเดียวและทำให้มันมีเนื้อเรื่องและฉากจบที่หลากหลายกว่านี้น่าจะดีกว่าความพยายามเป็น Tabletop RPG แบบครึ่งๆกลางๆ เพราะเนื้อเรื่องนับว่าอ่านสนุกและมีหลายส่วนที่น่าติดตามแต่อรรถรสตรงนั้นมันถูกลดทอนลงไปด้วยระบบการต่อสู้ที่ทำให้หัวร้อนได้ง่าย สุดท้ายเราจึงตัดสินใจที่จะพักจากซีรี่ย์นี้ไปยาวๆ ไว้ค่อยกลับมาอ่านมาเล่นในวันที่คิดถึง

Comments