Skip to main content

Featured

[Wrap Up + Replay] 2400 Inner System Blue : Missing Cyber Doc

หน้าปกเกม 2400 : Inner System Blues Introduction เมื่อช่วงเดือนมิถุนายนปีที่แล้วหลังจากที่เราห่างหายการรัน TRPG ไปนานราวๆ 3 เดือน เราคิดว่าจะลองรันแบบ Play by Post หรือการ TRPG ผ่านทางการพิมพ์หรือการตั้งกระทู้ดู น่าจะเหมาะกับไลฟ์สไตล์หลังจากที่สถานการณ์โควิดดีขึ้นจนมีเวลาว่างไม่มากเท่าแต่ก่อน หลังจากทำการค้นข้อมูลสักพักจากเว็บบอร์ดต่างประเทศ รวมทั้งคลิป Youtube ที่แชร์ประสบการณ์การ Play by Post ทั้งที่ประสบความสำเร็จและที่ล้มเหลว เราก็ได้เลือกระบบเกมและร่างพล็อตของเกมขึ้นมา หลังจากนั้นจึงรับสมัครผู้เล่นใน Discord ของกลุ่ม Onion Knight Table  และเล่นกันในกลุ่ม เริ่มเล่นตั้งแต่เดือนมิถุนายน ลากยาวมาจนจบในช่วงเดือนธันวาคม รวมระยะเวลาทั้งสิ้น 6 เดือน

[Replay] Ultraviolet Legacy : Powered by FATE

 

Ultraviolet Legacy. Pic by Lucas Bakker

- 0 : INTRODUCTION -

GRID-080 เป็นดาวที่เปรียบเสมือนศูนย์กลางของกาแล็คซี่แห่งนี้ที่มักมีผู้คนจากดาวต่างๆแวะเวียนมาทำมาค้าขาย, ศึกษาเล่าเรียน และหางานทำอยู่เสมอ ส่งผลให้มีเผ่าพันธุ์ประชากรที่หลากหลายทั้งเผ่าพันธุ์พื้นถิ่นและเผ่าพันธุ์จากต่างดาว โดยที่ GRID-080 เป็นดาวที่มีความก้าวหน้าทั้งในด้านวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์ เราจึงสามารถพบได้ทั้งไซบอร์ก, หุ่นยนต์, จอมเวท, มือกระบี่แสง, ไลแคน, ผู้มีพลังจิต ฯลฯ ทำให้หน่วยงานที่ดูแลความสงบเรียบร้อยของดวงดาวอย่าง Ultraviolet Legacy สาขา GRID-080 นั้นต้องมีบุคลากรที่เก่งกาจและจี๊ดจ๊าดไม่แพ้กัน

Ultraviolet Legacy เป็นองค์กรที่ตั้งขึ้นมาระหว่างสงครามดวงดาวเพื่อขับไล่กลุ่มดาวชั่วร้ายไปยังโซนอื่นของกาแล็คซี่เมื่อหลายร้อยปีก่อน โดยมีผู้นำองค์กรคนแรกเป็นแม่มดแห่งแสงที่มีชื่อว่า Ultraviolet ซึ่งได้มอบตำแหน่งผู้นำนี้ให้แก่สหายร่วมรบคนอื่นหลังจากจบสงคราม ส่วนเธอเองก็ออกเดินทางเพื่อสำรวจกาแล็คซี่, มิติ และภพภูมิต่างๆต่อไป

เวลาผ่านไปจนปัจจุบัน หน่วย Ultraviolet Legacy กลายเป็นตำรวจอวกาศที่มีสาขากระจายอยู่ทั่วหมู่ดาวพันธมิตร เชื่อมต่อกันด้วยเครือข่ายข้อมูล Astral GRID ทำหน้าที่รักษาความสงบให้แก่กาแล็คซี่แห่งนี้


- 1 : THE BAR -

เหล่า Ultraviolet Operator นั่งปล่อยอารมณ์ในบาร์


ในค่ำคืนหนึ่ง ณ โลฟี-แจ๊ซบาร์ใจกลางเมืองหลวงของ GRID-080 ทีม Ultraviolet Operator ทั้งสี่และของกลางที่เพิ่งเก็บกู้กลับมากำลังนั่งผ่อนคลายฟังเพลงเบาๆเคล้าเครื่องดื่ม เป็นการจบวันอันยาวนานด้วยความสบายอารมณ์ แต่ความสงบสุขนั้นก็อยู่ได้ไม่นานเมื่อศูนย์บัญชาการได้แจ้งเหตุฉุกเฉินผ่านเครื่องมือสื่อสารโฮโลแกรมมาว่าขณะนี้ได้มีศัตรูจำนวนมากปรากฏขึ้นมาในย่านดาวน์ทาวน์ ขอให้ Ultraviolet Operator ทุกคนรีบมุ่งหน้าไปที่เกิดเหตุโดยด่วน

เหล่า Operator ที่เพิ่งจะได้นั่งพักจึงต้องกลับเข้าสู่ภารกิจอีกครั้งด้วยประการนี้ โดย Operator ทีมนี้ประกอบไปด้วย

Precognitive - Chase

นักสืบเชส ผู้มีความสามารถพิเศษในการล่วงรู้อนาคตได้ล่วงหน้า 10 วินาที แม้จะมีชื่อเสียงไม่ดีนักในเรื่องของการคอรัปชันและการใช้ความรุนแรง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเขาคือเจ้าหน้าที่คนสำคัญขององค์กร 

ในบางครั้งเขาเองก็รู้สึกสับสนว่าภาพที่เขาเห็นอยู่นี้มันคือปัจจุบันหรืออนาคตกันแน่

Precognitive Chase

Lomalomalelo

เด็กหนุ่มผู้เติบโตมาจากป่าใหญ่ เขาเป็นลูกศิษย์ของปรมาจารย์กระบี่แสง ด้วยความที่เป็นคนหัวช้าและไม่ค่อยรู้เรื่องรู้ราวอะไรมาก เขาจึงจับพลัดจับผลูได้มาฝึกงานที่ Ultraviolet Legacy โดยที่ตัวเขาเองก็ยังรู้สึกงงๆอยู่ว่าเขาสมัครมาตั้งแต่เมื่อไหร่

Lomalomalelo

Ozzy

เขาคือน้ำส้มมีชีวิตซึ่งถูกสร้างขึ้นโดยบริษัทเครื่องดื่ม Needful ในฐานะของอาวุธชีวภาพ เขามาอยู่กับ Ultraviolet Legacy ในฐานะของกลางภายหลังจากที่บริษัท Needful ถูกปราบปราม แต่ถึงแม้เขาจะเป็นของกลางแต่เขาก็มักจะแอบออกมาจากโหลแก้วประจำตัวของเขาเพื่อไปเที่ยวเล่นในเมืองเป็นประจำ ทำให้ทาง Ultraviolet Legacy ต้องส่งทีมไปเก็บกู้เขากลับมาบ่อยๆ

Ozzy

Lucas Bakker - The Tornado

ลูคัส มนุษย์หมาป่า อดีตนักเบสบอลดาวรุ่ง แต่เนื่องจากหนี้สินที่ท่วมท้นทำให้เขาต้องลงไปเล่นในลีคใต้ดินที่แสนอันตรายและถูกดัดแปลงร่างกายให้เป็นไซบอร์กเพื่อเพิ่มขีดความสามารถ นอกจากนี้เขายังมีความเชี่ยวชาญในการขับขี่มอเตอร์ไซค์เป็นพิเศษและมีมอเตอร์ไซค์โฮเวอร์ชื่อว่าสการ์เล็ตเป็นคู่หู

Lucas Bakker - The Tornado

Angelina

สาวน้อยจากสลัมผู้มีโรคประจำตัวที่รักษาไม่หาย เธอมีพลังเวทมนต์สายพลังจิตที่สามารถควบคุมน้ำหนักของสิ่งต่างๆและแผ่ออร่ารักษาอาการบาดเจ็บออกมาได้ นอกจากนี้เธอยังเป็นนักส่งของมืออาชีพสังกัดหน่วยขนส่งของ Ultraviolet Legacy ที่มีทักษะการขับขี่เป็นเลิศอีกต่างหาก

Angelina


- 2 : THE HIGHWAY -

ระหว่างทางไปยังดาวน์ทาวน์ พวกเขาถูกขัดขวางจากศัตรูลึกลับ

เมื่อได้รับแจ้งเหตุฉุกเฉิน ทุกคนจึงได้ออกจากร้านเพื่อเดินทางไปยังย่านดาวน์ทาวน์ ลูคัสได้หยิบแคปซูลขนาดประมาณลูกเบสบอลออกมาและกดปุ่มบนนั้น แคปซูลได้กลายร่างเป็นมอเตอร์ไซค์โฮเวอร์รูปทรงคล้ายมังกรที่มีชื่อว่าสการ์เล็ต เขากระโจนขึ้นคร่อมมอเตอร์ไซค์และบิดออกไปอย่างรวดเร็ว ส่วนทีมที่เหลือก็เข้าประจำที่บนรถตู้ของแองเจลิน่า เมื่อทุกคนประจำที่สาวน้อยนักขนส่งจึงได้เหยียบคันเร่งและพุ่งทะยานตามลูคัสและสการ์เล็ตไป

แต่การเดินทางบนไฮเวย์ก็ไม่ได้ราบรื่นนัก พวกเขาพบว่าด้านหน้าของเขามีกองกำลังของศัตรูดักอยู่ ประกอบด้วยคนแคระครึ่งเครื่องจักร เมก้าดวอร์ฟ และมังกรอีกตัวบินตามมา พวกเมก้าดวอร์ฟทั้งสองตัวไถโรลเลอร์เบลดพุ่งเข้ามาหาพวกเขาด้วยความเร็วสูงพร้อมกับร้องตะโกนก้องว่า "Omelett du fromage!"

แต่ไม่ว่าพวกมันจะเร็วแค่ไหนก็ไม่อาจเร็วไปกว่าพลังในการมองเห็นอนาคตล่วงหน้า 10 วินาทีของนักสืบเชส เขาคว้าปืนคู่ใจออกมาและยิงดักทางเมก้าดวอร์ฟตัวแรกที่พุงเข้ามา กระสุนนัดแรกโดนเข้าที่ไหล่ทำให้ตัวของคนแคระจักรกลหมุนคว้างบนโรลเลอร์เบลด และยังไม่ทันจะทรงตัวได้กระสุนนัดที่สองก็ลั่นเข้าที่กลางหน้าผากและส่งมันลงไปนอนข้างทางในทันที

ตัวแรกเพิ่งล้มตัวที่สองตามเข้ามา แต่ก็ยังไม่ไวเท่าแองเจลิน่า เมื่ออยุ่บนไฮเวย์แล้วเจ้าหน้าที่แผนกขนส่งอย่างเธอก็คือราชินี เธอดึงเบรกมือและหักพวงมาลัย ดริฟต์รถตู้สะบัดท้ายกวาดเมก้าดวอร์ฟอีกตัวกระเด็นหลุดไปจากถนน

แม้เมก้าดวอร์ฟจะถูกเขี่ยออกไปโดยง่ายแต่เจ้ามังกรที่บินอยู่ไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เมื่อโลมาโลมาเลโลกระโดดจากหลังคารถเพื่อจะใช้กระบี่แสงคู่ใจฟาดฟันเจ้ามังกร มันก็บินขึ้นสูงกว่าเดิมทำให้เขาพลาดและร่วงลงสู่พื้น โชคดีที่เจ้าน้ำส้มอูซี่ไหวตัวทัน กระโดดออกจากโหลแก้วและเปลี่ยนร่างกายให้กลายเป็นเบาะหนารองรับโลมาโลมาเลโลที่ตกลงมาได้ทันท่วงที

ลูคัสบิดสการ์เล็ต ดึงโลมาโลมาเลโลและอูซี่ที่กลับร่างเดิมแล้วขึ้นซ้อนท้ายพร้อมพุ่งทะยานเข้าหามังกรด้วยความเร็วสูงสุด แต่ในทันใดนั้นเจ้ามังกรก็ได้อ้าปากออกมา ในปากของมันปรากฏปากกระบอกปืนเลเซอร์ มันชาร์จเลเซอร์และยิงสกัดลูคัสเอาไว้ได้และทำลายถนนไปบางส่วน

เมื่อเห็นดังนั้นอูซี่จึงได้กระโจนลงไปและเปลี่ยนตัวเองเป็นสะพานน้ำส้มเพื่อให้รถตู้ของแองเจลิน่าที่ตามมานั้นสามารถขับผ่านมันไปได้ เมื่อเห็นว่าอูซี่ช่วยคุมสถานการณ์ไว้ แองเจลิน่าก็เหยียบมิดคันเร่งอีกครั้งและพุ่งผ่านสะพานน้ำส้มไป และเมื่อใกล้สุดทางอูซี่ก็ยกตัวขึ้นเป็นเนินให้รถตู้เหิรขึ้นไปชนมังกรเจ้าปัญหาตัวนั้น! แม้จะไม่ได้ทำให้มันร่วงลงมาแต่ก็ทำให้มันเสียหลักจนบินเซ และตอนนี้สมาชิกทั้งหมดก็มาอยู่ในระยะที่จะจู่โจมเจ้ามังกรตัวนี้ได้แล้ว

การต่อสู้ดำเนินต่อไปอย่างดุเดือดผลัดกันรุกผลัดกันรับ แต่สุดท้ายแองเจลิน่าก็ได้ใช้พลังของเธอในการเพิ่มน้ำหนักมังกรได้สำเร็จ มันไม่สามารถบินพยุงร่างกายที่มีน้ำหนักเพิ่มขึ้นได้และร่วงลงมาที่พื้นก่อนจะถูกนักสืบเชสยิงใส่จนหมดรังเพลิงและสิ้นใจลงตรงนั้น

หลังการต่อสู้ นักสืบเชสได้ทำการตรวจสอบพวกเมก้าดวอร์ฟ เขาพบว่าพวกมันเป็นไซบอร์กคนแคระที่เคลื่อนที่ด้วยพลังงานจากคริสตัลเวทมนตร์เป็นหลัก และดูเหมือนจะไม่มีหน่วยประมวลผลหรือสมอง เป็นทหารเลวในอุดมคติก็ว่าได้


- 3 : DOWNTOWN -

พวกเขาเดินทางมาถึงดาวน์ทาวน์ และสิ่งที่รอพวกเขาอยู่คือความว่างเปล่า

เหล่า Ultraviolet Operator เดินทางมาถึงดาวน์ทาวน์จนได้ และทางศูนย์บัญชาการก็ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่าตึกที่อยู่ตรงสุดถนนนั้นมีม่านพลังขวางอยู่ ให้เหล่า Operator หาทางปิดม่านพลังให้ได้ พร้อมกับส่งข้อมูลลักษณะเฉพาะของม่านพลังนั้นมาให้

แปลก แม้ย่านดาวน์ทาวน์ตอนนี้จะเต็มไปด้วยซากปรักหักพังแต่กลับไม่มีร่องรอยของศัตรูหรือผู้คนเลย พวกเขาออกตามหาเบาะแสด้วยความระมัดระวัง ในที่สุดนักสืบเชสก็สังเกตุเห็นชาวเมืองคนหนึ่งกวักมือเรียกพวกเขาจากในร้านปาจิงโกะ

ทั้งหมดเข้าไปในร้านและได้สอบถามชาวเมืองว่าเกิดอะไรขึ้น ชาวเมืองบอกว่าหลังจากที่พวกคนแคระจักรกลและพวกมอนสเตอร์ได้เคลื่อนที่ผ่านไปยึดตึกที่ตรงสุดถนน พวกมันก็ได้ทิ้งสไนเปอร์เอาไว้ป้องกันพื้นที่ ทำให้ชาวเมืองต้องหลบอยู่ด้านในไม่สามารถออกไปไหนได้

เมื่อได้ยินดังนั้นเหล่า Operator จึงได้วางแผนกันว่าถ้าจะอพยพชาวเมืองและผ่านไปถึงตึกที่เป็นเป้าหมายพวกเขาจะต้องหาตัวสไนเปอร์เสียก่อน พวกเขาจึงแบ่งออกเป็นสองทีม ทีมแรกประกอบด้วยลูคัส, โลมาโลมาเลโล และอูซี่ จะขึ้นไปบนดาดฟ้าร้านปาจิงโกะ ส่วนแองเจลิน่ากับนักสืบเชสเป็นทีมที่สองจะไปที่กลางย่านดาวน์ทาวน์เพื่อหาหุ่นลองเสื้อมาเป็นตัวล่อและหาตำแหน่งสไนเปอร์จากวิถีกระสุน

นักสืบเชสใช้วิธีเคลื่อนตัวไปตามยานพาหนะที่จอดระเกะระกะในจังหวะที่ไฟทางที่ติดๆดับๆกระพริบ เขาเคลื่อนตัวไปในเงามืดอย่างเงียบเชียบจนมาถึงร้านเสื้อผ้าและนำหุ่นลองเสื้อออกมาในระยะที่แองเจลิน่าจะสามารถใช้พลังของเธอควบคุมมันได้ เมื่อหุ่นลองเสื้อเริ่มเคลื่อนไหวพวกเขาก็ได้ยินเสียงปืนพร้อมกับหัวของหุ่นลองเสื้อที่ถูกยิงกระเด็น นักสืบเชสไม่พลาดโอกาส ใช้สัญชาตญาณนักสืบของเขาร่วมกับพลังมองอนาคตระบุตำแหน่งของสไนเปอร์คนแรกบนดาดฟ้าได้สำเร็จ

ตัดไปทางอีกทีม โลมาโลมาเลโลขึ้นมาบนดาดฟ้าเป็นคนแรกเพราะต้องการใช้ประสาทที่ฉับไวของเขาในการหาตำแหน่งสไนเปอร์อีกคน แต่เขาก้าวพลาดจนทำให้เกิดเสียงดัง เสียงปืนดังขึ้น โลมาโลมาเลโลเอี้ยวตัวหลบไปได้อย่างฉิวเฉียด แต่ด้วยการขยับที่กะทันหันเกินไปทำให้เขาหลังยอกและยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น แต่ก่อนที่เขาจะตกเป็นเป้านิ่ง ลูคัสสามารถระบุตำแหน่งของสไนเปอร์อีกคนได้จากเสียงปืน เขากระโดดขึ้นมาบนดาดฟ้าและกระโจนใส่สไนเปอร์ด้วยความเร็วของหมาป่าก่อนที่มันจะทันได้บรรจุกระสุน เขากระแทกมันตกจากยอดตึกลงไปเป็นกองเลือดอยู่ที่พื้นด้านล่าง

สไนเปอร์ที่อยู่อีกตึกเห็นท่าไม่ดีจึงรีบยิงใส่ลูคัสแต่ก็ไม่ไวเท่าหมาป่าไซบอร์ก ลูคัสสามารถหลบกระสุนได้พร้อมกับกระโจนข้ามตึกไปโดยไม่ปล่อยให้สไนเปอร์ได้มีโอกาสหนีหรือบรรจุกระสุนใหม่ เมื่อเท้าถึงพื้นเขาได้ใช้แรงส่งจากการกระโจนในการหมุนตัวเตะ ฟาดเท้าเข้าเต็มหน้าสไนเปอร์จนกระเด็นลงจากตึกไปอีกคน

แองเจลิน่าที่อยู่ด้านล่างเห็นดังนั้นจึงใช้พลังควบคุมน้ำหนักรอรับสไนเปอร์ที่ตกลงมาเอาไว้เพื่อที่จะเค้นข้อมูล และเมื่อมันลงมาถึงพื้นพวกเขาก็พบว่ามันหมดสติไปแล้ว นักสืบเชสจึงเลือกที่จะปลุกมันด้วยการจ่อปืนไปที่เข่าและระเบิดหัวเข่าสไนเปอร์ทิ้ง มันได้สติและร้องขึ้นมาด้วยความเจ็บปวด

เมื่อดูดีๆแล้ว สไนเปอร์คนนี้ไม่ใช่อย่างที่พวกเขาคิดเท่าไหร่นัก ร่างของมันเป็นสีเขียว มีเขี้ยวซี่ใหญ่ล้นออกมาจากปาก มันคือออร์ค ออร์คสไนเปอร์! มันใส่เสื้อกันกระสุนที่มีป้ายข้อความเขียนไว้ว่า "ยิงแม่นกว่าเอลฟ์" ติดอยู่

จากการสอบปากคำ พบว่าพวกมันมาจากดาวที่ชื่อ Black Star ดวงดาวที่ถูกเนรเทศไปอยู่อีกโซนของกาแล็คซี่ในสมัยสงครามดวงดาว (สมัยที่ก่อตั้ง Ultraviolet Legacy) ครั้งนี้พวกมันได้รับคำสั่งแค่ว่าให้ดูแลพื้นที่ไว้ ไม่ให้ใครเข้าไปที่ตึกได้ นอกจากนั้นพวกมันก็ไม่รู้อะไร

เมื่อหมดข้อมูล นักสืบเชสจึงได้ทุบเจ้าออร์คสไนเปอร์จนสลบ คนที่เหลืออพยพชาวเมืองออกจากพื้นที่ เมื่อเสร็จเรียบร้อยพวกเขาทั้งหมดจึงเดินทางผ่านดาดฟ้าตึกเพื่อเข้าไปยังตึกที่เป็นเป้าหมาย


- 4 : THE BUILDING -

พวกเขามาถึงตึกที่มีม่านพลังกั้น และพบว่ามีศัตรูเฝ้าอยู่อย่างหนาแน่น

พวกเขาลอบเข้ามาทางดาดฟ้าตึกโดยไม่มีใครจับได้ สิ่งที่พวกเขาเห็นคือตึกที่มีม่านพลังกั้นอยู่ตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไป (เพราะชั้นแรกเอาไว้ใช้เป็นทางเข้าออก) มีเมก้าดวอร์ฟสามตัวเดินตรวจตราพลางส่งเสียง "Omelett du fromage!" กันระงม ส่วนที่ประตูหน้ามีหมาป่าหิมะตัวมหึมาเฝ้าอยู่ เหล่า Operator จึงตัดสินใจรอให้พวกเมก้าดวอร์ฟเดินผ่านไปก่อนแล้วค่อยลงไปที่ถนนเพื่อที่จะลอบเข้าไปในอาคารแบบเนียนๆไม่เสียเลือดเสียเนื้อ

แต่ทุกอย่างก็ผิดแผน เมื่อเจ้าอูซี่ได้ออกมาจากโหลแก้วด้วยความอยากรู้อยากเห็น กลิ่นน้ำส้มหอมหวานลอยไปเตะจมูกหมาป่าหิมะทั้งสองตัวทำให้พวกมันรีบวิ่งมาจากประตูหน้าพร้อมพวกเมก้าดวอร์ฟเพื่อลิ้มรสน้ำส้มนั้นในทันที! พวกเมก้าดวอร์ฟทั้งสามได้ต่อตัวเป็นฐานให้หมาป่าหิมะกระโดดเข้าไปงาบพวก Operator แม้ว่าพวกมันจะต้องเสียหายจากแรงดีดตัวของหมาป่าก็ตาม

ในนาทีวิกฤต แองเจลิน่าได้ใช้พลังของเธอในการล้มเสาไฟมาขวางทางไว้ก่อน ส่วนลูคัสก็บิดสการ์เล็ตที่มีหยดน้ำส้มของอูซี่ป้ายอยู่พุ่งสวนออกไปเพื่อล่อพวกหมาป่าหิมะ พร้อมกันนั้นโลมาโลมาเลโลก็ได้โยนกระบี่แสงของเขาพร้อมกับบิดเปิดแสงจนสุดเพื่อทำให้พวกหมาป่าหิมะตาพร่า แต่ไม่สำเร็จ ทำให้เขาต้องเสียกระบี่แสงประจำตัวไป

ลูคัสล่อหมาป่าหิมะทั้งสองมายังโซนหน้าได้สำเร็จ เขาพยายามขี่สการ์เล็ตเพื่อไต่ตึกในแนวตั้งแต่เจ้าหมาป่าหิมะก็ลากเขาและสการ์เล็ตกลับลงมาที่พื้นจนได้ เคราะห์ดีที่หลังจากเพื่อนๆเข้าไปในตึกได้แล้วก็ได้กลับมาช่วยเบี่ยงเบนความสนใจพวกหมาป่าจากในตึก ทำให้ลูคัสสบโอกาสบิดสการ์เล็ตหนีเข้าไปในตึกได้เสำเร็จ ทิ้งให้พวกหมาป่ายืนงงอยู่ด้านนอก อย่างไรก็ตามสการ์เล็ตก็ได้รับความเสียหายอย่างหนักจนต้องพักฟื้นอยู่ในสภาพแคปซูล

ภายในตึก พวกเขาได้พบกับประตูวาร์ปที่สุดทางเดิน พวกเขาจึงตัดสินใจเข้าวาร์ปเพื่อทำภารกิจต่อ


- 5 : THE CORE -

หลังจากออกมาจากประตูวาร์ป พวกเขาได้มาปรากฏยังสถานที่แปลกประหลาด

หลังจากที่ออกมาจากประตูวาร์ป Ultraviolet Operator ทั้งสี่พร้อมของกลางอีกหนึ่งก็มาปรากฏตัวยังสถานที่แห่งใหม่ มันเป็นยอดเขาที่พื้นนั้นเต็มไปด้วยคริสตัลและหิน ที่มุมหนึ่งมีประตูเวทมนตร์อยู่ ใกล้ๆกันนั้นมีหุ่นยนต์ตัวหนึ่งยืนนิ่ง มีกระแสพลังไหลจากพื้นเข้าไปที่ตัวหุ่นและจากตัวหุ่นไหลไปรวมกันที่ก้อนพลังที่อยู่ข้างบน ก่อนที่ก้อนพลังนั้นจะส่งพลังงานเข้าไปในประตูเวทมนตร์อีกที พวกเขาอ่านคลื่นพลังที่รวบรวมอยู่บนก้อนพลังนั้นและพบว่ามันมีลักษณะเฉพาะเหมือนกับม่านพลังที่ด้านนอกตึก 

พวกเขาจึงได้สังเกตุว่าแท้จริงแล้วเจ้าหุ่นนี้ทำหน้าที่ดึงพลังงานจากคริสตัลในพื้นที่และใช้ตัวมันเองเป็นเครื่องแปลงพลังงานเพื่อส่งพลังไปยังอีกฟากของประตูเพื่อสร้างม่านพลัง พวกเขาจึงตัดสินใจว่าจะทำลายคริสตัลที่อยู่ในตัวของเจ้าหุ่นยนต์ตัวนี้เสีย แต่ยังไม่ทันจะได้ลงมืออะไร เมื่อหุ่นยนต์รับรู้ถึงการมาของ Ultraviolet Operator มันจึงขยับตามคำสั่งที่มันได้รับมาก่อนล่วงหน้าด้วยการพุ่งเข้าไปชกประตูเต็มแรง! มันต้องการทำลายประตูเวทมนตร์เพื่อจุดประสงค์บางอย่าง

ศึกครั้งนี้กลายเป็นการยื้อยุดฉุดกระชากไม่ให้เจ้าหุ่นยนต์สามารถทำลายประตูเวทมนตร์ได้และต้องหาทางทำลายคริสตัลในตัวหุ่นให้ได้ไปพร้อมกัน ทุกคนต่างเข้าไปล็อคแขนขาเจ้าหุ่นยนต์เพื่อไม่ให้มันขยับ อูซี่แปลงร่างเป็น Exoskeleton ให้กับลูคัสเพื่อเสริมพลังกล้ามเนื้อ โลมาโลมาเลโลล็อคขา และแองเจลิน่าก็พยายามจะทำให้ร่างกายของมันหนักจนขยับไม่ได้แต่ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ได้ผล

นักสืบเชสเห็นจังหวะที่มีเพียงเล็กน้อย ชักปืนคู่ใจของเขาและกระหน่ำยิงอีกครั้ง เขาสามารถทำลายคริสตัลไปได้ถึงสองลูกและทำให้อีกหนึ่งลูกร้าว ซึ่งนั่นก็ทำให้หุ่นยนต์ตัวนี้อ่อนแรงลงไปมาก ลูคัสเห็นโอกาสจึงง้างหมัดและซัดใส่คริสตัลที่ร้าวอยู่เต็มแรง ส่งผลให้คริสตัลลูกสุดท้ายแตกกระจาย เมื่อปราศจากคริสตัลมันก็แน่นิ่งไป พลังงานที่ดูดมาจากพื้นที่และส่งผ่านประตูมิติไปก็หยุดลง

และตอนนี้ก็ได้เวลาแล้วที่พวกเขาทั้งหมดต้องเข้าไปเผชิญหน้ากับสิ่งที่อยู่อีกฟากของประตู


- 6 : THE ROOFTOP -

และแล้วพวกเขาก็ได้พบกับ Mastermind ผู้มาจากดาวดวงอื่น

เมื่อพวกเขาออกมาจากประตูเวทมนตร์ก็พบว่าพวกเขานั้นได้มาอยู่บนดาดฟ้าของตึกที่พวกเขาบุกเข้ามาเป็นที่เรียบร้อย ที่นั่นพวกเขาพบกับจอมเวทคนหนึ่งกำลังพยายามที่จะทำอะไรสักอย่างกับลูกแก้วเวทมนตร์ตรงหน้า พวกเขาทั้งหมดจึงเข้าไปเพื่อสอบถามว่าจอมเวทคนนั้นว่ากำลังทำอะไรอยู่

จอมเวทคนนั้นบอกว่าเขาชื่อแวนเจลิสมาจากดาว Black Star ไม่ได้มีจุดประสงค์จะมาสร้างความขัดแย้ง แค่จะมาเอาของในลูกแก้วนี้ซึ่งข้ามกาแล็คซี่มายัง GRID-080 กลับไป แต่ทันใดนั้นก็มีเสียงดังมาจากในลูกแก้วเสียก่อน เสียงนั้นบอกกับเหล่า Ultraviolet Operator ว่า

"ไม่! เขาโกหก อย่าให้เขาพาข้ากลับไป ช่วยข้าด้วย"

เมื่อเห็นท่าไม่ดีและมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นคดีลักพาตัว นักสืบเชสจึงได้ชักปืนออกมา จอมเวทเห็นท่าแล้วว่าเรื่องนี้คงไม่สามารถจบลงแบบไม่มีความรุนแรงได้เขาจึงร่ายเวทเรียกเกราะทองคำขนาดใหญ่ออกมาและเข้าไปควบคุมมัน เขาได้แต่ถอนหายใจและพูดเพียงว่า "ข้าว่าจะไม่ทำให้มันใหญ่โตแล้วเชียว"

การต่อสู้เปิดฉากขึ้น เหล่า Ultraviolet Operator โจมตีใส่เกราะทองคำอย่างต่อเนื่องแต่ดูเหมือนว่าจะไม่สามารถสร้างความเสียหายให้แก่มันได้เลยแม้แต่รอยขีดข่วนเพราะมันมีม่านพลังเวทบางๆป้องกันเอาไว้ แม้บางการโจมตีจะสร้างความปั่นป่วนให้แก่ม่านพลังเวทนั้นได้แต่ก็ไม่มากพอที่จะทำลายมัน

ส่วนแวนเจลิสในเกราะทองคำนั้นก็ได้ดูดความเสียหายที่เกิดแก่ม่านพลังเวทมารวบรวมไว้ที่คริสตัลที่มือด้านซ้ายก่อนจะยิงออกไปยังนักสืบเชส, ลูคัส และโลมาโลมาเลโล โดยลูคัสและโลมาโลมาเลโลสามารถป้องกันเอาไว้ได้แต่นักสืบเชสนั้นกลับถูกยิงเข้าเต็มๆจนได้รับบาดเจ็บ

สถานการณ์เริ่มวิกฤต อาวุธที่พวกเขามีไม่พอที่จะเอาชนะแวนเจลิสได้ และในตอนนั้นเองที่พวกเขาได้รับการติดต่อจากศูนย์บัญชาการอีกครั้ง

"ถึง Ultraviolet Operator ตอนนี้ม่านพลังที่ป้องกันตึกได้หายไปแล้ว การสนับสนุนทางอากาศกำลังไปหา"

สิ้นเสียงพวกเขาก็เห็นโดรนสงครามบินมาหาพวกเขา เมื่อเข้ามาใกล้มันก็เปลี่ยนร่างเป็นปืนใหญ่ลำแสงและหันปากกระบอกปืนไปหาแวนเจลิส มันคือ "Ultraviolet Striker" อาวุธที่มีเพียง Ultraviolet Operator เท่านั้นที่จะใช้งานมันได้ เมื่อทุกคนเห็นอาวุธที่ถูกส่งมาให้ก็เข้าประจำที่ทันที

ลูคัสประจำที่ไกปืน ส่วนอีกสี่คนไปประคองปืนไว้ด้านละสองคน พร้อมกับส่งพลังจิตและพลังกายเข้าไปใน Ultraviolet Striker พวกเขาแต่ละคนสัมผัสได้ถึงพลังที่ไหลมารวมกันที่อาวุธชิ้นนี้ กำลังใจของทุกคนเริ่มกลับคืนมาพร้อมๆกับลำแสงที่กำลังชาร์จ

"พวก Ultraviolet Legacy มีของเล่นใหม่อย่างนั้นหรือ ดี! มาดูกันว่ามันจะแกร่งไปกว่าเวทมนตร์ของข้าหรือเปล่า" แวนเจลิสตะโกนลั่นและเร่งพลังเวทของตัวเองจนถึงขีดสุด คริสตัลทั่วเกราะเปล่งประกายเป็นสีแดงฉาน พลังเวทถูกรวบรวมไปที่คริสตัลในมือด้านซ้าย

ตาต่อตา ฟันต่อฟัน ลำแสงถูกยิงออกมาจากทั้งสองฝ่ายแทบจะในเวลาเดียวกัน ลำแสงสีม่วงจากทางฝั่ง Ultraviolet Operator และสีแดงจากฝั่งของแวนเจลิส ลำแสงเข้าปะทะกัน เกิดคลื่นกระแทกกระจายออกเป็นวงกว้าง ลำแสงยังคงต้านกันอยู่ ณ จุดปะทะ สมดุลของพลังแขวนอยู่บนเส้นด้าย

และสุดท้ายสมดุลนั้นก็เสียลง ฝ่าย Ultraviolet Operator ได้เค้นพลังกายและพลังใจทั้งหมดเพื่อเพิ่มพลังให้ลำแสง ลำแสงสีม่วงเพิ่มความเข้มข้นขึ้นและดันลำแสงสีแดงกลับไป เกิดแสงสว่างจ้าและควันคลุ้งทั่วบริเวณ

สิ้นแสงและควัน ปรากฏแวนเจลิสที่ทรุดลงกับพื้น รอบข้างมีเศษเกราะสีทองกระจายอยู่ มันหอบหายใจหนัก มันแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่าเวทมนตร์ของมันจะแพ้ แต่ก่อนที่เหล่า Ultraviolet Operator จะได้ทำอะไรต่อ มันได้ใช้พลังเวทเฮือกสุดท้ายวาร์ปหนีไป

เมื่อแวนเจลิสจากไป ทุกอย่างก็ดูสงบลง ลูกแก้วเวทมนตร์ค่อยๆสลายไป เผยให้เห็นหญิงสาวผมทองที่อยู่ด้านในลูกแก้วเวทมนตร์นั้น

"ท่านผู้กล้า โปรดช่วยโลกของข้าด้วย!" 


She ra


-END-

Comments